
คนเราส่วนใหญ่เคยประสบกับการปวดฟันมาแล้ว ความเจ็บปวดนี้ทุกคนไม่อาจลืมได้และไม่ต้องการให้เกิดขึ้นอีก แต่ความจริงมีวิธีที่ได้ผลดี ซึ่งเราสามารป้องกันตัวเองจากโรคฟันผุ และทำให้มีพันที่แข็งแรงได้อย่างง่ายๆ เพียงแค่การทำความสะอาดช่องปาก อย่างสม่ำเสมอทุกวัน โดยการแปรงฟัน ด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ และใช้ไหมขัดฟันเป็นประจำ
การเลือกแปรงสีฟันที่เหมาะกับเหงือกและฟันเป็นสิ่งจำเป็นอย่ายิ่ง โดยแปรงสีฟันที่ดีควรมีขนแปรงนุ่ม โดยมีการมนปลายด้วย เพื่อที่จะได้สามารเข้าทำความสะอาดในซอกฟันได้ และขณะเดียวกันไม่ทำอันตรายต่อเหงือก และด้ามจับต้องถนัดมือ เพื่อที่มือของเราจะได้สามารถบังคับหัวแปรงสีฟัน เข้าไปในบริเวณที่เราต้องการทำความสะอาดได้ โดยไม่กระแทกกับกระพุ้งแก้มหรือเหงือก
ส่วนรายละเอียดอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นด้ามแปรงที่โค้งงอแบบต่างๆ ด้ามจับที่กลมมน หรือเป็นเหลี่ยม สีสันสวยสดสะดุดตา ลวดลายทันสมัย หรือการเรียงตัวของขนแปรงเป็นแบบ 2-3-4 แถว หรือหน้าตัดแปรงสีฟันที่มีทั้งแบบเรียบ โค้ง ซิกแซก สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงกลเม็ดในการค้าของผู้ผลิตที่ออกแบบเพื่อให้เกิดความดึงดูดใจผู้ซื้อ
ขณะนี้กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ได้ออกประกาศมาตรฐานวิชาการแปรงสีฟันของกรมอนามัย เพื่อเป็นการส่งเสริมทันตสุขภาพของประชาชน และเพื่อให้ประชาชนสามารถเลือกใช้ผลิตภัณฑ์แปรงสีฟันที่มีคุณภาพ ในการกำจัดคราบจุลินทรีย์และไม่ทำอันตรายกับเนื้อเยื่อในช่องปาก โดยได้เน้นในเรื่องการระบุรายละเอียดบนฉลาก ประเภทของแปรงสีฟัน ซึ่งแบ่งตามขนาดโดยใช้อายุของผู้ใช้เป็นเกณฑ์แบ่งออกได้เป็น ต่ำกว่า 3 ปี (baby) 3-6 ปี (child) 6-12 ปี (junior) และผู้ใหญ่ (medium) และเนื่องจากขนแปรงสีฟันทำมาจากไนล่อน เมื่อใช้งานไป ประมาณ 3 เดือนก็จะเสื่อมคุณภาพ
ข้อแนะนำในการเลือกซื้อแปรงเพื่อให้เป็นผู้ช่วยสำคัญ ในการดูแลเหงือกและฟันของเรามีดังนี้
ดูรายละเอียดบนฉลาก ว่าชนิดของแปรงเป็นแบบนุ่ม หรือนุ่มพิเศษ แต่ถ้าบางคนชอบขนแปรงแข็ง เพราะเมื่อใช้ขนแปรงนุ่มจะบานเร็ว ต้องเปลี่ยนแปรงบ่อยๆ อาจเลือกแบบแข็งปานกลาง แต่ก็ต้องระวังขณะแปรงฟัน อย่าถูไปมาแรงๆ เพราะจะทำให้ฟันสึกบริเวณคอฟันได้ และยังอาจทำให้เกิดแผลที่เหงือก นอกจากนั้นควรดูฉลากด้วยว่า ต้องมีการมนปลายขนแปรงด้วย นี่คือสูตรสำเร็จ ก่อนเลือกซื้อแปรงสีฟันอันใหม่ครั้งต่อไป
No comments:
Post a Comment